วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

ม.10ว1-1.1 หลักในการเสียค่าภาษีศุลกากร 1.2 แนวฎีกามาตรา 10 วรรค 1

1. มาตรา 10 วรรค 1 หลักในการเก็บและเสียค่าภาษีศุลกากร
    

     1.1 ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับการนำของเข้าหรือส่งออก
     มาตรา 10 วรรคแรก ว่าด้วยหลักในการเสียค่าภาษี มีดังนี้
(1) “บรรดาค่าภาษีนั้นให้เก็บตามพระราชบัญญัตินี้กฎหมายศุลกากรได้บัญญัติหลักการเกี่ยวกับการเก็บภาษีอากรไว้หลายมาตรา เช่น
มาตรา 10  ทวิ  ความรับผิดในอันจะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่นำเข้าเกิดขึ้นในเวลาที่นำของเข้าสำเร็จ
ภายใต้บังคับมาตรา 87 และมาตรา 88 การคำนวณค่าภาษีให้ถือตามสภาพของราคาของและพิกัดอัตราศุลกากรที่เป็นอยู่ในเวลาที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียค่าภาษีเกิดขึ้น แต่ในกรณีของที่เก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน ให้คำนวณตามพิกัดอัตราศุลกากรที่ใช้อยู่ในเวลาซึ่งได้ปล่อยของเช่นว่านั้นออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ไม่ว่าจะปล่อยออกไปในสภาพเดิมที่นำเข้าหรือในสภาพอื่น
ในกรณีของที่ปล่อยออกไปจากเขตปลอดอากร ให้คำนวณค่าภาษีตามสภาพของราคาของและพิกัดอัตราศุลกากรที่เป็นอยู่ในเวลาซึ่งได้ปล่อยของเช่นว่านั้นออกไปจากเขตปลอดอากร แต่ในกรณีที่ได้นำของที่มีอยู่ในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยของที่นำเข้าไปนั้นไม่มีสิทธิได้รับการคืนหรือยกเว้นอากร ไม่ต้องนำราคาของดังกล่าวมาคำนวณค่าภาษี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีเห็นชอบหรือที่อธิบดีประกาศกำหนด”
มาตรา 10 ตรี  ความรับผิดในอันจะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่ส่งออกเกิดขึ้นในเวลาที่ส่งของออกสำเร็จ
การคำนวณค่าภาษีให้ถือตามสภาพของ ราคาของ และพิกัดอัตราศุลกากรที่เป็นอยู่ในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้”
“มาตรา 88... ให้ยกเว้นการเก็บอากรขาเข้าและอากรขาออกแก่ของที่ปล่อยออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ไม่ว่าจะปล่อยออกไปในสภาพเดิมที่นำเข้าหรือในสภาพอื่น
การปล่อยของออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บน หากเป็นการโอนเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนอื่น หรือจำหน่ายให้แก่ผู้นำของเข้าตามมาตรา 19 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พุทธศักราช 2482 หรือผู้มีสิทธิได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรหรือกฎหมายอื่น ให้ถือว่าเป็นการส่งออกนอกราชอาณาจักรในเวลาที่ปล่อยของเช่นว่านั้นออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บน โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
การรับของที่ได้โอนหรือจำหน่ายตามวรรคสาม ให้ถือว่าเป็นการนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือนำเข้าสำเร็จในเวลาที่ปล่อยของเช่นว่านั้นออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บน โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด”
นอกจากนี้ ยังหมายถึงการจัดเก็บบรรดาค่าธรรมเนียม  หรือค่าภาระติดพันในทางศุลกากร หรืออากรชั้นใน  เช่น  การจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามใบแนบ ศ.1 ถึง ศ.7  หรือการจัดเก็บค่าภาระติดพันในทางศุลกากรต่าง ๆ ตามมาตรา 63 หักจ่ายเงินค่าภาระติดพันจากการขายของตกค้าง หรือตามมาตรา 25 การหักจ่ายค่าภาระติดพันจากการขายของกลางที่เป็นของเสียง่าย เป็นต้น
- ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับการนำของเข้า-ส่งออกทางทะเล
มาตรา 41 ถ้ามีความจำเป็นด้วยประการใด ๆ เกี่ยวด้วยการศุลกากรที่จะกำหนดเวลาเป็นแน่นอนว่า การนำของใดๆ เข้ามา จะพึงถือว่าเป็นอันสำเร็จเมื่อไรไซร้ ท่านให้ถือว่าการนำของเข้ามาเป็นอันสำเร็จแต่ขณะที่เรือซึ่งนำของเช่นนั้นได้เข้ามาในเขตท่าที่จะถ่ายของจากเรือ หรือท่าที่มีชื่อส่งของถึง
“มาตรา 46 ถ้ามีความจำเป็นด้วยประการใด ๆ เกี่ยวด้วยการศุลกากรที่จะกำหนดเวลาเป็นแน่นอนว่าการส่งของใด ๆ ออก จะพึงถือว่าเป็นอันสำเร็จเมื่อไรไซร้ท่านให้ถือว่าการส่งของออกเป็นอันสำเร็จแต่ขณะที่เรือซึ่งส่งของออก ได้ออกจากเขตท่าซึ่งได้ออกเรือเป็นชั้นที่สุดเพื่อไปจากพระราชอาณาจักรนั้น
- ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับการนำของเข้า-ส่งออกทางบก
พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พุทธศักราช 2480
การนำของเข้าหรือส่งของออกทางบกให้หมายความรวมตลอดถึงการนำของเข้าหรือส่งของออกทางลำน้ำ ซึ่งเป็นเขตแดนทางบกหรือตอนหนึ่งแห่งเขตแดนนั้น แต่ไม่รวมถึงการนำของเข้าหรือส่งของออกทางไปรษณีย์หรือทางอากาศ
เขตแดนทางบกให้หมายความว่า เขตแดนทางบกระหว่างราชอาณาจักรกับดินแดนต่างประเทศ และรวมตลอดถึงลำน้ำใดๆ ซึ่งเป็นเขตแดนแห่งราชอาณาจักรหรือตอนหนึ่งแห่งเขตแดนนั้น
- ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับการนำของเข้า-ส่งออกทางอากาศยาน
พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 8) พุทธศักราช 2480
มาตรา 3 (1เพียงที่เกี่ยวแก่การเดินอากาศ คำต่อไปนี้ซึ่งใช้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ให้มีความหมายดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะมีข้อความแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
เรือกำปั่นหรือเรือให้มีความหมายรวมถึงอากาศยาน
ท่าให้มีความหมายรวมถึงสนามบินศุลกากร
ทำเนียบท่าเรือให้มีความหมายรวมถึงที่สำหรับบรรทุกของลงในหรือขนของขึ้นจากอากาศยาน
เขตน่านน้ำสยามให้หมายความรวมถึง เขตแห่งราชอาณาจักร และอากาศเหนือราชอาณาจักร
(2) คำว่าอากาศยาน” “สนามบิน” “ผู้ควบคุมและผู้ประจำหน้าที่ให้มีความหมายตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ เว้นแต่จะมีข้อความแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
สนามบินศุลกากรให้หมายความว่า สนามบินที่รัฐมนตรีได้กำหนดขึ้นไว้ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นสนามบินสำหรับการนำเข้า หรือส่งออก หรือนำเข้าและส่งออกซึ่งของประเภทใด ๆ หรือทุกประเภททางอากาศ
"มาตรา 5 ในการเข้าในหรือออกนอกราชอาณาจักรห้ามมิให้อากาศยานลงในหรือขึ้นจากที่ใดนอกจากสนามบินศุลกากร
แต่ในกรณีที่อากาศยานจำต้องลงก่อนมาถึงหรือหลังแต่ได้ไปจากสนามบินศุลกากรเพราะเหตุสุดวิสัย เมื่อได้ปฏิบัติตามวิธีที่กำหนดไว้ในมาตรา 6 แล้ว ก็ให้ถือเสมือนหนึ่งว่าได้ลงในหรือขึ้นจากสนามบินศุลกากร เพื่อความประสงค์แห่งความในวรรคก่อน
(ดูคำอธิบายมาตรา 4การกำหนดท่าหรือที่หรือสนามบินศุลกากร)

(2) “และตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร” ซึ่งก็หมายถึงการจัดเก็บบรรดาค่าอากรแก่ของที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรนั้น ทั้งนี้ตามความนัยมาตรา 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ของที่นำหรือพาเข้ามาในหรือส่งหรือพาออกไปนอกราชอาณาจักรนั้น ให้เรียกเก็บและเสียอากรตามที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราอากรท้ายพระราชกำหนดนี้พิกัดอัตราท้ายพระราชกำหนดแบ่งออกเป็น 4 ภาค คือ ภาคที่ 1 ว่าด้วยหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร ภาค 2 พิกัดอัตราอากรขาเข้า ภาค 3 พิกัดอัตราอากรขาออก  และภาค 4 ของที่ได้รับยกเว้นอากร
พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.. 2530
“มาตรา 4 ของที่นำเข้ามาหรือพาเข้ามาในหรือส่งหรือพาออกไปนอกราชอาณาจักรนั้น ให้เรียกเก็บและเสียอากรตามที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากรท้ายพระราชกำหนดนี้ หรือตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกำหนดนี้
ในการคำนวณเงินอากรที่ต้องเสียหรือจ่ายคืนแต่ละรายการ เศษของหนึ่งบาทให้ปัดทิ้ง
มาตรา 4/1 ของที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปจากพื้นที่พัฒนาร่วมตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วม ไทยมาเลเซีย ให้เรียกเก็บและเสียอากรตามที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากรท้ายพระราชกำหนดนี้ ทั้งนี้ ให้ลดอัตราอากรที่นำมาใช้ในการเรียกเก็บแก่ของดังกล่าวลงร้อยละห้าสิบ
ในการคำนวณเงินอากรที่ต้องเสียหรือจ่ายคืนแต่ละรายการ เศษของหนึ่งบาทให้ปัดทิ้ง
ของที่นำเข้ามาในพื้นที่พัฒนาร่วมตามวรรคหนึ่ง หากเป็นของที่ได้รับความเห็นของทางศุลกากร เครื่องมือเครื่องใช้ หรือวัสดุสิ่งของสำหรับใช้ในพื้นที่พัฒนาร่วมดังกล่าว และนำเข้าโดยองค์กรร่วมไทยมาเลเซีย ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทยมาเลเซีย หรือบุคคลใดๆ ที่ได้รับอำนาจจากองค์กรร่วมนั้น ให้ได้รับยกเว้นอากร
         ให้เรียกเก็บอากรจากของตามวรรคสามได้ เมื่อได้มีการหารือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งมาเลเซียแล้ว”

(3) “การเสียค่าภาษีให้เสียแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้”  ความในข้อนี้ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้งดังนี้
ความเดิม ฉบับแรก พ.ศ. 2469 บัญญัติว่า “มาตรา 10 บรรดาค่าภาษีนั้น ท่านให้เก็บตามบทพระราชบัญญัตินี้และตามพิกัดอัตราที่ใช้อยู่ในเวลานั้น การเสียค่าภาษีนี้ท่านบังคับให้เสียแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเงินตราในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้” ต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม 2 ครั้ง
ครั้งแรก แก้ไขตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2471 ความว่า มาตรา 10  บรรดาค่าภาษีนั้น ท่านให้เก็บตามบทพระราชบัญญัตินี้และตามพิกัดอัตราที่ใช้อยู่ในเวลานั้น การเสียค่าภาษีนี้ท่านบังคับให้เสียแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเงินที่ชอบด้วยกฎหมายในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้...”
            ครั้งที่สอง แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 329 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ..2515 ซึ่งยังคงใช้บังคับจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการนำของเข้าได้มีมาตรา 40 และในส่วนของการส่งของออกได้มีมาตรา 45 กำหนดบังคับในเรื่องหน้าที่การเสียค่าภาษีอากรของผู้นำของเข้าและผู้ส่งของออกไว้ชัดเจน ดังนี้
มาตรา 40  ก่อนที่จะนำของใด ๆ ไปจากอารักขาของศุลกากร ผู้นำของเข้าต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัตินี้ และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร กับต้องยื่นใบขนสินค้าโดยถูกต้อง และเสียภาษีอากรจนครบถ้วนหรือวางเงินไว้เป็นประกัน การขอวางเงินประกันให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
มาตรา 45  ก่อนที่จะส่งของใด ๆ ออกนอกราชอาณาจักร ผู้ส่งของออกต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัตินี้ และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร กับต้องยื่นใบขนสินค้าโดยถูกต้อง และเสียภาษีอากรจนครบถ้วนหรือวางเงินไว้เป็นประกัน การขอวางเงินประกันให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

            1.2 แนวฎีกาที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 10 วรรค 1
(1) คำพิพากษาฎีกาที่ 476/2492  การเสียภาษีศุลกากรในการส่งของออกนั้น จะเห็นได้จาก พ... ศุลกากรมาตรา 10 ว่าต้องเสียตามพิกัดอัตราในขณะที่ส่งของออกไป
เสียภาษีศุลกากรในการส่งของออกตามพิกัดอัตราที่ใช้อยู่ในเวลานั้นและเจ้าหน้าที่ออกใบขนสินค้าให้แล้วแม้เปลี่ยนพิกัดอัตราภาษีใหม่ในขณะที่ไม่ได้ส่งของออกไป ก็ไม่ต้องเสียภาษีตามพิกัดอัตราใหม่
(2) คำพิพากษาฎีกาที่ 1393 – 1394/2492  ตาม พ... ศุลกากร พ.. 2469 มาตรา 10 กำหนดเวลาชำระหนี้ค่าภาษีของผู้ส่งของออก ต้องถือว่าตกอยู่ในขณะที่พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบขนสินค้าให้

© ดร.สงบ สิทธิเดช (Dr.Sangob Sittidech, April 17, 2013)
Update 1: March 30, 2014
Update 2: Dec 04, 2016


   
  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น